Alien: Resurrection (1997) เอเลี่ยน 4 ฝูงมฤตยูเกิดใหม่

หนังประเทศ: สหรัฐอเมริกา
ข้อมูลภาพยนตร์
- ชื่ออังกฤษ: Alien: Resurrection
- ชื่อไทย: เอเลี่ยน 4 ฝูงมฤตยูเกิดใหม่
- ปีที่ฉาย: 1997
- แนว: ไซไฟ / สยองขวัญ / แอ็กชัน / ระทึกขวัญ
- ผู้กำกับ: Jean-Pierre Jeunet
- เขียนบท: Joss Whedon
- นักแสดงนำ: Sigourney Weaver, Winona Ryder, Ron Perlman, Dominique Pinon, Michael Wincott, Gary Dourdan
- ความยาว: 109 นาที
- เรตติ้ง: R
- จุดเด่น: การกลับมาของ Ellen Ripley ในรูปแบบใหม่ที่ผสมดีเอ็นเอมนุษย์กับเอเลี่ยน พร้อมนำเสนอความสยองและแอ็กชันในสไตล์ที่แตกต่างจากทุกภาคก่อนหน้า
ข้อมูลเบื้องต้น
Alien: Resurrection เป็นภาพยนตร์ลำดับที่สี่ในแฟรนไชส์ Alien อันโด่งดัง ซึ่งเกิดขึ้นหลังเหตุการณ์ใน Alien 3 นานถึง 200 ปี โดยเรื่องราวเริ่มต้นจากความพยายามของนักวิทยาศาสตร์ทางทหารที่ต้องการนำสิ่งมีชีวิตเอเลี่ยนกลับมาใช้เป็นอาวุธชีวภาพ พวกเขาจึงใช้เทคโนโลยีโคลนนิงเพื่อคืนชีพให้กับ Ellen Ripley หญิงผู้เคยเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อป้องกันไม่ให้ราชินีเอเลี่ยนถือกำเนิดขึ้นในภาคก่อน อย่างไรก็ตาม การคืนชีพครั้งนี้ไม่ได้สมบูรณ์แบบ เพราะดีเอ็นเอของ Ripley และราชินีเอเลี่ยนได้หลอมรวมเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นสิ่งมีชีวิตลูกผสมที่มีทั้งสติปัญญาของมนุษย์และสัญชาตญาณนักล่าของเอเลี่ยน
ภาพยนตร์เรื่องนี้กำกับโดย Jean-Pierre Jeunet ผู้กำกับชาวฝรั่งเศสที่มีสไตล์การเล่าเรื่องและการออกแบบภาพอันโดดเด่น ส่งผลให้ Alien: Resurrection มีบรรยากาศแตกต่างจากภาคก่อนอย่างชัดเจน โดยเน้นความแปลกประหลาด ความสยองเชิงชีววิทยา และการสร้างภาพลักษณ์ที่เหนือจริงมากขึ้น ขณะที่บทภาพยนตร์เขียนโดย Joss Whedon ซึ่งต่อมาโด่งดังจากซีรีส์และภาพยนตร์หลายเรื่องในวงการฮอลลีวูด
แม้จะเป็นภาคที่ได้รับเสียงตอบรับแตกต่างกันจากแฟน ๆ แต่ Alien: Resurrection ก็ยังคงเป็นหนึ่งในหนังไซไฟสยองขวัญที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของยุค 90 เนื่องจากกล้านำเสนอแนวคิดใหม่ ๆ เกี่ยวกับตัวละคร Ripley และวิวัฒนาการของเผ่าพันธุ์เอเลี่ยนที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในแฟรนไชส์
เรื่องย่อ
ในอนาคตอีกสองร้อยปีหลังการเสียชีวิตของ Ellen Ripley กลุ่มนักวิทยาศาสตร์บนยานวิจัยทางทหาร USM Auriga สามารถโคลนนิง Ripley กลับมาได้สำเร็จโดยใช้ตัวอย่างเลือดที่หลงเหลืออยู่จากอดีต เป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่เพียงการคืนชีพเธอ แต่เป็นการสกัดตัวอ่อนราชินีเอเลี่ยนที่อยู่ภายในร่างของ Ripley เพื่อใช้ในการวิจัยและพัฒนาอาวุธชีวภาพ
Ripley เวอร์ชันใหม่มีความผิดปกติจากการผสมผสานของดีเอ็นเอมนุษย์และเอเลี่ยน เธอแข็งแรงกว่ามนุษย์ทั่วไป มีประสาทสัมผัสเฉียบคม และมีความเชื่อมโยงทางจิตบางอย่างกับเหล่าสิ่งมีชีวิตเอเลี่ยน ขณะเดียวกันบนยาน Auriga นักวิทยาศาสตร์กำลังเพาะพันธุ์เอเลี่ยนจำนวนมากโดยหวังควบคุมพวกมันเพื่อประโยชน์ทางทหาร
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์กลับเลวร้ายลงเมื่อเหล่าเอเลี่ยนหลบหนีออกจากห้องทดลองและเริ่มสังหารลูกเรือบนยานอย่างโหดเหี้ยม Ripley ต้องร่วมมือกับกลุ่มนักลักลอบขนส่งสินค้าและหุ่นยนต์ลึกลับชื่อ Call เพื่อหาทางเอาชีวิตรอดจากฝูงเอเลี่ยนที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมเปิดเผยความลับอันน่าสะพรึงกลัวเกี่ยวกับการทดลองที่มนุษย์สร้างขึ้น
บทความรีวิว
Alien: Resurrection เป็นภาคที่แตกต่างจากหนัง Alien ทุกภาคอย่างชัดเจน เพราะไม่ได้เน้นความสยองแบบบ้านผีสิงในอวกาศเหมือน Alien (1979) หรือความเป็นหนังสงครามแอ็กชันแบบ Aliens (1986) แต่เลือกเดินในเส้นทางที่แปลกประหลาดและมืดหม่นกว่าเดิม หนังให้ความสำคัญกับแนวคิดเรื่องพันธุกรรม การสร้างชีวิต และผลลัพธ์อันน่ากลัวจากการเล่นบทพระเจ้าของมนุษย์
Sigourney Weaver ถ่ายทอด Ripley เวอร์ชันใหม่ออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม ตัวละครนี้ไม่ใช่มนุษย์เต็มตัวอีกต่อไป แต่ก็ยังไม่ใช่เอเลี่ยน เธอกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสองเผ่าพันธุ์ และต้องต่อสู้กับคำถามเกี่ยวกับตัวตนของตนเองอยู่ตลอดเวลา การแสดงของ Weaver ทำให้ Ripley ในภาคนี้มีมิติที่แตกต่างจากทุกภาคก่อนหน้า
Winona Ryder ในบท Call ก็เป็นอีกหนึ่งตัวละครที่น่าสนใจ เธอทำหน้าที่เป็นตัวแทนของมนุษยธรรมและความหวังในเรื่องที่เต็มไปด้วยความมืดมน ขณะที่ Ron Perlman เพิ่มสีสันให้กับเรื่องด้วยบทนักลักลอบขนส่งผู้กวนประสาทและมีเสน่ห์ในแบบเฉพาะตัว
จุดเด่นที่สุดของหนังคือการออกแบบสิ่งมีชีวิตและฉากสยองเชิงชีวภาพ โดยเฉพาะช่วงท้ายของเรื่องที่นำเสนอสิ่งมีชีวิตลูกผสมระหว่างมนุษย์และเอเลี่ยน ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในภาพจำที่ทั้งน่าขนลุกและน่าตกใจที่สุดของแฟรนไชส์
ตัวละครสำคัญ
Ellen Ripley 8 คือร่างโคลนลำดับที่แปดของ Ripley เธอมีดีเอ็นเอของมนุษย์และราชินีเอเลี่ยนผสมกัน ทำให้มีความแข็งแรงเหนือมนุษย์ ความว่องไวสูง และความเชื่อมโยงทางสัญชาตญาณกับเอเลี่ยน แม้จะยังคงมีความทรงจำบางส่วนของ Ripley ดั้งเดิม แต่เธอก็กลายเป็นบุคคลใหม่ที่ต้องค้นหาความหมายของการมีชีวิตอยู่
Annalee Call เป็นสมาชิกของกลุ่มลักลอบขนส่งสินค้า เธอดูเหมือนมนุษย์ธรรมดาแต่ซ่อนความลับสำคัญเอาไว้ Call มีอุดมการณ์ที่ชัดเจนและพยายามหยุดยั้งการใช้เอเลี่ยนเป็นอาวุธของมนุษย์
Johner เป็นทหารรับจ้างผู้หยาบคาย ปากร้าย และชอบสร้างปัญหา แต่เมื่อสถานการณ์คับขัน เขากลับกลายเป็นกำลังสำคัญในการต่อสู้กับเอเลี่ยน
General Perez และ Dr. Wren เป็นตัวแทนของความทะเยอทะยานทางวิทยาศาสตร์และอำนาจทางทหารที่พร้อมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อควบคุมเอเลี่ยน แม้จะรู้ว่าผลลัพธ์อาจนำไปสู่หายนะ
ราชินีเอเลี่ยนในภาคนี้มีวิวัฒนาการใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จนนำไปสู่การถือกำเนิดของสิ่งมีชีวิตลูกผสมอันน่าสะพรึงกลัว
สปอยล์เนื้อเรื่องสำคัญ
หลังจากโคลนนิง Ripley สำเร็จ นักวิทยาศาสตร์สามารถแยกราชินีเอเลี่ยนออกจากร่างของเธอและเริ่มเพาะพันธุ์เอเลี่ยนจำนวนมากบนยาน Auriga แต่เหล่าเอเลี่ยนใช้ความฉลาดในการหลบหนีออกจากกรงขัง โดยยอมเสียสละพวกเดียวกันเพื่อใช้น้ำกรดจากเลือดกัดทะลุกำแพง
เมื่อเอเลี่ยนหลุดออกมา พวกมันเริ่มสังหารลูกเรือและยึดยานทั้งลำ Ripley และกลุ่มผู้รอดชีวิตต้องเดินทางผ่านทางเดิน ห้องทดลอง และส่วนต่าง ๆ ของยานที่เต็มไปด้วยอันตราย
ระหว่างทาง Ripley ค้นพบห้องทดลองลับที่เก็บร่างโคลนก่อนหน้าของเธอเอาไว้ หลายร่างมีรูปร่างผิดปกติและยังมีชีวิตอยู่ในสภาพทรมาน ฉากนี้กลายเป็นหนึ่งในฉากที่หดหู่และสยองที่สุดของทั้งแฟรนไชส์
ในช่วงท้าย ราชินีเอเลี่ยนเกิดการกลายพันธุ์และให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตลูกผสมระหว่างมนุษย์กับเอเลี่ยนที่เรียกว่า Newborn มันมอง Ripley เป็นแม่และฆ่าราชินีเอเลี่ยนเพื่อเข้าหาเธอ
แม้ Newborn จะมีความฉลาดและแสดงอารมณ์ได้มากกว่าเอเลี่ยนทั่วไป แต่รูปลักษณ์ของมันกลับน่าสยดสยองอย่างยิ่ง ในที่สุด Ripley ตัดสินใจกำจัดมันด้วยการเปิดช่องสู่อวกาศ ทำให้ร่างของมันถูกดูดออกไปอย่างทรมาน ก่อนที่เธอและผู้รอดชีวิตจะเดินทางกลับสู่โลก
ธีมและประเด็นของภาพยนตร์

ธีมหลักของเรื่องคือการเล่นบทพระเจ้าและผลกระทบจากการควบคุมธรรมชาติ มนุษย์ในเรื่องพยายามสร้างชีวิตใหม่และใช้สิ่งมีชีวิตต่างดาวเป็นอาวุธ แต่กลับสูญเสียการควบคุมจนเกิดหายนะ
หนังยังพูดถึงคำถามเกี่ยวกับอัตลักษณ์และความเป็นมนุษย์ Ripley ในภาคนี้ไม่ใช่มนุษย์เต็มตัว แต่เธอกลับแสดงความเมตตาและจริยธรรมมากกว่านักวิทยาศาสตร์หลายคนที่เป็นมนุษย์แท้ ๆ
อีกประเด็นสำคัญคือวิวัฒนาการและการกลายพันธุ์ ซึ่งสะท้อนความกลัวของมนุษย์ต่อการเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยาที่ไม่สามารถควบคุมได้
การวิเคราะห์เชิงลึก
Ripley 8 เป็นตัวละครที่น่าสนใจที่สุดในเรื่อง เพราะเธอเป็นสัญลักษณ์ของการอยู่ระหว่างสองโลก เธอไม่สามารถกลับไปเป็นมนุษย์แบบเดิมได้ แต่ก็ไม่ใช่เอเลี่ยนโดยสมบูรณ์ ความขัดแย้งภายในนี้ทำให้เธอกลายเป็นตัวละครที่มีความซับซ้อนมากที่สุดเวอร์ชันหนึ่งของแฟรนไชส์
Newborn คือภาพสะท้อนของความผิดพลาดจากความทะเยอทะยานของมนุษย์ มันเกิดจากการทดลองที่พยายามฝืนธรรมชาติ และกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีที่ยืนในโลกใดเลย คล้ายกับ Ripley เองในบางแง่มุม
ภาพยนตร์ยังตั้งคำถามว่าอะไรคือสิ่งที่กำหนดความเป็นมนุษย์ ระหว่างพันธุกรรม สติปัญญา หรือความสามารถในการแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น
องค์ประกอบภาพและงานสร้าง
งานภาพของเรื่องมีเอกลักษณ์มากกว่าภาคอื่น ๆ ด้วยการใช้โทนสีเขียว น้ำตาล และสีโลหะหม่น ๆ สร้างบรรยากาศชื้น อึดอัด และสกปรกเหมือนห้องทดลองขนาดยักษ์ในอวกาศ
การออกแบบเอเลี่ยนยังคงอ้างอิงผลงานของ H.R. Giger แต่เพิ่มรายละเอียดเชิงชีววิทยาและความผิดรูปเข้าไปมากขึ้น โดยเฉพาะ Newborn ที่ถูกออกแบบให้มีความคล้ายมนุษย์จนเกิดความรู้สึกไม่สบายใจแก่ผู้ชม
ฉากว่ายน้ำใต้น้ำของกลุ่มตัวเอกถือเป็นหนึ่งในฉากแอ็กชันที่โดดเด่นที่สุดของแฟรนไชส์ เพราะสร้างทั้งความตื่นเต้น ความกดดัน และความหวาดกลัวได้พร้อมกัน
เบื้องหลังการสร้าง
หลังจากความสำเร็จของสามภาคแรก สตูดิโอต้องการฟื้นคืนชีพแฟรนไชส์ Alien แม้ว่าตัวละคร Ripley จะเสียชีวิตไปแล้วใน Alien 3 จึงเกิดแนวคิดเรื่องการโคลนนิงขึ้นมา
Jean-Pierre Jeunet นำสไตล์การสร้างภาพแบบยุโรปมาผสมกับหนังไซไฟฮอลลีวูด ทำให้ภาคนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากที่สุดภาคหนึ่งในซีรีส์
Joss Whedon ผู้เขียนบทเคยให้สัมภาษณ์ภายหลังว่าเขาไม่พอใจกับการดัดแปลงบทบางส่วนในเวอร์ชันภาพยนตร์ แม้หลายองค์ประกอบจะยังคงอยู่ตามต้นฉบับก็ตาม
ความสำเร็จของภาพยนตร์
Alien: Resurrection ทำรายได้ทั่วโลกกว่า 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และถือว่าประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ แม้จะได้รับเสียงวิจารณ์ที่แตกต่างกันจากทั้งนักวิจารณ์และแฟนหนังรุ่นเก่า
ผู้ชมจำนวนหนึ่งชื่นชมการแสดงของ Sigourney Weaver การออกแบบสิ่งมีชีวิต และความกล้าที่จะทดลองแนวคิดใหม่ ๆ ขณะที่อีกกลุ่มมองว่าหนังห่างไกลจากบรรยากาศดั้งเดิมของแฟรนไชส์มากเกินไป
อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป Alien: Resurrection ได้รับการประเมินใหม่จากแฟนหนังจำนวนมาก และกลายเป็นภาพยนตร์ที่มีสถานะเป็น Cult Classic ในหมู่ผู้ชื่นชอบหนังไซไฟสยองขวัญ เนื่องจากความแปลกประหลาด ความกล้าในการเล่าเรื่อง และการนำเสนอ Ripley ในมิติที่ไม่เหมือนภาคใดมาก่อน
