เปิดปฏิบัติการ “คลื่นปราบเรือดำ” – ปอท.เข้าจับกุมสองแอดมินกลุ่มลับชื่อดัง “ขึ้นเรือ V.4” เผยใช้สื่อลามกดึงยอดคนดู ก่อนเชื่อมโยงขบวนการเว็บพนัน
วันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าจับกุมชายและหญิง 2 ราย ซึ่งเป็นแอดมินกลุ่มลับบนโซเชียลชื่อ “ขึ้นเรือ V.4” ภายในห้องพักคอนโดหรูย่านลาดพร้าว กรุงเทพฯ
การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ติดตามพฤติกรรมมานานกว่า 4 เดือน พบว่าแอดมินทั้งสองมีพฤติกรรมสร้างกลุ่มลับในแพลตฟอร์ม Facebook และ Telegram โดยใช้ภาพและคลิปลามกอนาจารของบุคคลทั่วไป รวมถึงคลิปหลุดของดารา–อินฟลูเอนเซอร์มาเผยแพร่เพื่อเรียกยอดผู้ติดตาม ก่อนจะใช้ฐานผู้ติดตามเหล่านี้ “ขายพื้นที่โฆษณา” ให้กับเว็บพนันออนไลน์ต่างประเทศ
เบื้องหลังชื่อ “ขึ้นเรือ V.4” – ขบวนการรีแบรนด์กลุ่มลับ
จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มหนังโป๊ “ขึ้นเรือ V.4” เป็นเครือข่ายที่ต่อยอดมาจากกลุ่ม “ขึ้นเรือ V.3” ซึ่งถูกปิดไปเมื่อเดือน กรกฎาคมที่ผ่านมา หลังถูกชาวเน็ตและเจ้าหน้าที่ร้องเรียนว่าเผยแพร่คลิปลามกและคอนเทนต์ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล
หลังกลุ่มเดิมถูกปิด แอดมินจึงเปิดกลุ่มใหม่ชื่อ “ขึ้นเรือ V.4” พร้อมเปลี่ยนวิธีดำเนินงานให้แนบเนียนกว่าเดิม โดยใช้ชื่อเพจบังหน้าเป็นเพจข่าวบันเทิง–สังคมออนไลน์ แต่ภายในกลุ่มปิดกลับมีการเผยแพร่คลิปหลุดจากแหล่งต่าง ๆ และโพสต์ลิงก์เข้ากลุ่ม VIP เพื่อเก็บค่าสมาชิก
“กลุ่มนี้เหมือนสังคมลับ มีสมาชิกมากกว่า 3 หมื่นราย และเก็บค่าสมาชิกเดือนละ 350 บาท”
— แหล่งข่าวในชุดสืบสวนเผย
ปอท.เผยกลุ่มลับไม่ใช่แค่แชร์คลิป แต่เป็นช่องทางฟอกเงินเว็บพนัน
พ.ต.อ.ชัชวาล ธนารักษ์ รองผู้บังคับการ บก.ปอท. ระบุว่า จากข้อมูลการสืบสวนพบว่าเงินหมุนเวียนในบัญชีของแอดมินกลุ่ม “ขึ้นเรือ V.4” มีมากกว่า 15 ล้านบาทต่อเดือน โดยส่วนใหญ่เป็นเงินจาก “การรับโฆษณาเว็บพนันและเว็บโป๊ต่างประเทศ”
“พวกนี้จะเอาคลิปที่คนสนใจมาใช้เป็นเหยื่อล่อ เมื่อมีผู้ติดตามมากพอ จะเริ่มโพสต์โฆษณาเว็บพนัน โดยได้ค่าจ้างหลักหมื่นถึงหลักแสนต่อโพสต์” — พ.ต.อ.ชัชวาล กล่าว
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันกลุ่มลับลักษณะนี้เริ่มกลายเป็น “ช่องทางฟอกเงินรูปแบบใหม่” เพราะผู้โฆษณาเว็บพนันต้องการใช้เพจที่มีผู้ติดตามสูงและยากต่อการตรวจสอบ เพื่อหลีกเลี่ยงการบล็อกจากแพลตฟอร์ม
วิธีการทำงานของแอดมิน – “สร้างไวรัลปลอม” ก่อนขายโฆษณา
จากหลักฐานที่เจ้าหน้าที่ตรวจยึดได้ในคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ พบว่าแอดมินทั้งสองมีเทคนิคการสร้างไวรัล โดยจะคัดเลือกคลิปที่กำลังเป็นกระแส เช่น
-
คลิปหลุดคนดังหรือผู้หญิงหน้าคล้ายดารา
-
คลิปจากต่างประเทศที่ยังไม่ถูกเซ็นเซอร์
-
เนื้อหาล่อแหลมที่มีคำโปรยพาดหัวแรง
จากนั้นจะโพสต์ลงกลุ่มสาธารณะเพื่อล่อคนให้ “ขอเข้ากลุ่ม VIP” โดยเก็บเงินผ่าน TrueWallet หรือบัญชีธนาคารที่เปิดโดยบุคคลอื่น
“รายได้ส่วนหนึ่งมาจากค่าสมาชิก แต่รายใหญ่จริง ๆ คือค่าจ้างจากเว็บพนัน ที่จ่ายให้โพสต์แฝงในกลุ่ม”
— เจ้าหน้าที่ ปอท. ระบุ
พบเชื่อมโยง 5 เพจดังในเครือ – กำลังขยายผลจับเพิ่ม
จากข้อมูลการตรวจสอบ พบว่ากลุ่ม “ขึ้นเรือ V.4” ไม่ได้ทำงานเพียงกลุ่มเดียว แต่มีเพจเครือข่ายกว่า 5 เพจ ที่เชื่อมโยงกัน เช่น “ขึ้นเรือซิ่ง”, “สาวสวยรายวัน”, “แอบถ่ายมาใหม่” ซึ่งทั้งหมดมีลักษณะเผยแพร่เนื้อหาล่อแหลมเพื่อดึงคนเข้ากลุ่มปิด
เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลว่ามีใครอยู่เบื้องหลัง และตรวจสอบว่าเงินหมุนเวียนจากโฆษณาเว็บพนันถูกโอนต่อไปยังเครือข่ายในประเทศเพื่อนบ้านหรือไม่
เสียงเตือนจากผู้เชี่ยวชาญ – “ยุคนี้คลิปล่อคือเครื่องมือทางธุรกิจสีเทา”
นักวิเคราะห์พฤติกรรมออนไลน์จากสถาบันดิจิทัลเพื่อสังคม กล่าวว่า ปรากฏการณ์กลุ่มลับแบบ “ขึ้นเรือ V.4” ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่กำลังแพร่หลายเพราะมีแรงจูงใจทางรายได้สูงและตรวจจับยาก
“คลิปเหล่านี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือเรียกทราฟฟิกเพื่อขายโฆษณา ไม่ต่างจาก clickbait ในสื่อทั่วไป แต่ผิดกฎหมายและละเมิดสิทธิ์บุคคลอย่างร้ายแรง”
เธอเตือนว่าการเข้าร่วมกลุ่มลักษณะนี้ไม่เพียงเสี่ยงถูกหลอกลวง แต่ยังอาจมีผลทางกฎหมาย หากผู้ใช้แชร์หรือดาวน์โหลดคลิปต่อ
ปอท.เร่งตรวจสอบสมาชิก 3 หมื่นคน – เตือน “แชร์ = มีความผิด”
พล.ต.ท.วิเชียร เพ็ชร์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ ย้ำว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบรายชื่อสมาชิกกลุ่มลับดังกล่าว ซึ่งส่วนหนึ่งอาจเป็นผู้ซื้อคอนเทนต์ หรือผู้ร่วมเผยแพร่ต่อ
“ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะดู แชร์ หรือช่วยโฆษณา ถือว่ามีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และอาจถูกเรียกสอบได้”
พร้อมเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อกลุ่มที่ใช้เนื้อหาโป๊เป็นเครื่องมือการตลาด เพราะนอกจากผิดศีลธรรมแล้วยังเข้าข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
คำรับสารภาพจากแอดมิน – “ทำเพราะเห็นคนอื่นรวยจากยอดดู”
แอดมินชายอายุ 27 ปี ให้การเบื้องต้นว่า เริ่มทำกลุ่ม “ขึ้นเรือ” ตั้งแต่ปี 2566 โดยได้รับแรงบันดาลใจจากเพจดังที่ทำลักษณะคล้ายกัน และเห็นว่า “เป็นช่องทางหาเงินง่าย”
“ตอนแรกผมแค่โพสต์คลิปขำ ๆ แต่พอมีคนเข้าเยอะ เว็บพนันติดต่อมาให้ลงโฆษณา เลยลองดู ไม่คิดว่าจะโดนจับ”
ส่วนหญิงสาวอายุ 25 ปี ผู้ร่วมเป็นแอดมิน กล่าวว่า ตนเป็นคนจัดการคอนเทนต์และตอบแชตสมาชิก รับสารภาพว่าได้เงินเดือนละกว่า 80,000 บาทจากการทำเพจ
ตำรวจเตรียมอายัดบัญชี–ลุยล้างเครือข่าย
หลังสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้อายัดบัญชีธนาคาร 5 บัญชี รวมวงเงินกว่า 3.8 ล้านบาท พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 7 เครื่อง และโน้ตบุ๊ก 3 เครื่อง เพื่อส่งตรวจพิสูจน์หลักฐานเพิ่มเติม
เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา 2 กระทงหลัก ได้แก่
-
นำเข้าข้อมูลลามกอนาจารเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
-
โฆษณาเชิญชวนให้เล่นพนันออนไลน์โดยผิดกฎหมาย
หากศาลพิพากษาว่ามีความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
กระแสสังคม–ผู้คนเรียกร้องให้จัดการ “ต้นทาง” ไม่ใช่แค่แอดมิน
หลังการจับกุม ข่าว “ขึ้นเรือ V.4” กลายเป็นไวรัลอันดับหนึ่งใน X และ Facebook โดยมีการตั้งคำถามถึงต้นทางของคลิปที่ถูกนำมาเผยแพร่
“อย่าจับแค่คนแชร์ ต้องตามถึงคนถ่าย และเว็บที่จ่ายเงินโฆษณา”
“ทุกครั้งที่มีข่าว จับได้แค่ปลายทาง แต่ตัวเว็บพนันยังอยู่ดี”
หลายคนเสนอให้มีการออกกฎหมายเฉพาะทางเพื่อควบคุม “การใช้เนื้อหาลามกเพื่อการตลาด” ซึ่งกำลังกลายเป็นช่องทางทำเงินสีเทาในโลกออนไลน์
ปิดท้าย – “ขึ้นเรือ V.4” แค่ส่วนหนึ่งของภูเขาน้ำแข็ง
ผู้บัญชาการตำรวจไซเบอร์ระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการกวาดล้างเครือข่ายลักษณะนี้ทั่วประเทศ
“มีอย่างน้อย 30 กลุ่มในไทยที่ใช้โมเดลเดียวกัน เรากำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการต่อ”
ตำรวจเตรียมประสานงานกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เพื่อปิดเว็บที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และตั้งเป้าจะลบเครือข่ายให้หมดภายในสิ้นปี 2568
FAQ (คำถามที่พบบ่อย)
1. กลุ่ม “ขึ้นเรือ V.4” คืออะไร?
– กลุ่มลับบนโซเชียลที่เผยแพร่คลิปและภาพลามกเพื่อดึงคนเข้ากลุ่ม ก่อนขายโฆษณาให้เว็บพนัน
2. ใครเป็นผู้จับกุม?
– กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.)
3. ทำไมกลุ่มนี้ถึงถูกจับ?
– เพราะมีพฤติกรรมเผยแพร่สื่อลามกและโฆษณาเว็บพนัน ซึ่งผิดกฎหมายหลายฉบับ
4. มีผู้เกี่ยวข้องมากแค่ไหน?
– เบื้องต้นมีผู้ติดตามกว่า 30,000 คน และอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นผู้ร่วมเผยแพร่หรือไม่
5. ผู้ใช้ที่แชร์คลิปเหล่านี้จะมีความผิดไหม?
– มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เช่นเดียวกัน แม้จะไม่ได้เป็นผู้สร้างเนื้อหา
6. จะป้องกันไม่ให้โดนหลอกเข้ากลุ่มลักษณะนี้ได้อย่างไร?
– อย่าคลิกลิงก์ที่ชวนเข้ากลุ่ม VIP หรือให้จ่ายเงินเพื่อดูคลิป และหากพบให้รีบแจ้ง ปอท. หรือ สายด่วน 1212 ของ ดีอีเอส
